คำว่า “หลับตาย” “ไหลตาย” หรือ “นอนหลับไม่ตื่น” เป็นคำที่คนทั่วไปใช้บรรยายเหตุการณ์ที่ใครบางคนเสียชีวิตระหว่างนอนหลับ ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ในทางการแพทย์คำเหล่านี้ยังไม่ใช่ชื่อโรค และไม่สามารถบอกสาเหตุได้จากลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียว
การเสียชีวิตขณะหลับอาจเกี่ยวข้องกับหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคลมชัก โรคหลอดเลือดสมอง ยาบางชนิด แอลกอฮอล์ หรือสาเหตุอื่น ๆ บางรายตรวจพบโรคชัดเจน ขณะที่บางรายต้องอาศัยการตรวจหัวใจและการสอบประวัติครอบครัวอย่างละเอียดจึงจะพออธิบายได้ บทความนี้จึงไม่ได้มีไว้เพื่อฟันธงว่าใครเป็นอะไร แต่ช่วยให้รู้ว่าเมื่อใดควรรีบขอความช่วยเหลือและควรพาครอบครัวไปตรวจเรื่องใด
“ไหลตาย” หมายถึงอะไร
ในประเทศไทยคำว่าไหลตายมักหมายถึงการเสียชีวิตอย่างกะทันหันระหว่างนอนหลับ โดยเฉพาะในคนหนุ่มที่ดูแข็งแรงมาก่อน คำเรียกทางการแพทย์ที่พบในเอกสารต่างประเทศคือ sudden unexpected nocturnal death syndrome หรือการเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุในเวลากลางคืน
หนึ่งในภาวะที่เกี่ยวข้องคือ Brugada syndrome ซึ่งเป็นความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ ทำให้เกิดหัวใจห้องล่างเต้นเร็วหรือพลิ้วจนหัวใจสูบฉีดเลือดไม่ได้ อาการรุนแรงอาจเกิดขณะพักหรือนอนหลับได้ และพบภาวะนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตตอนหลับไม่ได้แปลว่าเป็น Brugada เสมอไป ต้องอาศัยประวัติ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และการประเมินโดยแพทย์
อะไรทำให้คน “นอนหลับไม่ตื่น” ได้บ้าง
- หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง: ระบบไฟฟ้าหัวใจผิดปกติอาจทำให้หัวใจหยุดสูบฉีดเลือดภายในเวลาไม่กี่นาที บางคนมีโรคพันธุกรรม เช่น Brugada syndrome หรือ long QT syndrome โดยไม่รู้ตัวมาก่อน
- โรคหลอดเลือดหัวใจ: คราบไขมันหรือการอุดตันอาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและกระตุ้นภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นตอนพักหรือตอนกลางคืน
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ: คนที่มีภาวะนี้อาจกรนดัง หยุดหายใจเป็นช่วง ๆ สะดุ้งเฮือก และง่วงมากตอนกลางวัน ภาวะนี้ไม่ใช่คำอธิบายของการเสียชีวิตทุกกรณี แต่ควรตรวจและรักษาเพราะเกี่ยวข้องกับความดันและโรคหัวใจ
- โรคลมชักและภาวะทางสมอง: บางคนมีอาการชักตอนกลางคืนโดยไม่มีใครเห็น หรือมีเลือดออกในสมองและไม่สามารถขอความช่วยเหลือได้
- ยา แอลกอฮอล์ และสารเสพติด: การใช้ยานอนหลับ ยาคลายกังวล ยาแก้ปวดบางชนิด หรือสารอื่นร่วมกันอาจกดการหายใจหรือรบกวนจังหวะหัวใจได้ ควรแจ้งแพทย์และเภสัชกรเกี่ยวกับยาทุกตัวที่ใช้อยู่
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
คนที่มีความเสี่ยงอาจไม่มีอาการเลยก็ได้ แต่ควรนัดพบแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์โรคหัวใจ หากมีเหตุการณ์หรือประวัติต่อไปนี้
- เป็นลมหรือหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะขณะออกแรงหรือขณะพัก
- ใจสั่นรุนแรง หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือเวียนศีรษะจนเกือบเป็นลม
- มีเสียงหอบเฮือก คล้ายกำลังขาดอากาศ หรือมีอาการชักระหว่างหลับ
- มีคนในครอบครัวเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่ออายุน้อย
- เคยมีผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ หรือเคยได้รับการบอกว่าอาจมี Brugada syndrome, long QT syndrome หรือโรคไฟฟ้าหัวใจชนิดอื่น
- มีไข้สูงร่วมกับใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลม โดยเฉพาะคนที่เคยมีผลตรวจหัวใจผิดปกติ
การตรวจอาจเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย วัดความดัน และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ แพทย์อาจพิจารณาติดเครื่องบันทึกจังหวะหัวใจ ตรวจเลือด ตรวจการนอนหลับ หรือส่งต่อเพื่อประเมินเพิ่มเติมตามความเสี่ยง ไม่ควรซื้อชุดตรวจหรือหยุดยาเองเพราะกลัวโรคไหลตาย
ถ้าพบคนที่นอนนิ่งและปลุกไม่ตื่น ต้องทำอย่างไร
อย่าเสียเวลาพยายามปลุกซ้ำเป็นเวลานาน หากผู้ใหญ่ไม่ตอบสนองและไม่หายใจตามปกติ หรือมีเพียงการหายใจเฮือก ๆ ให้คิดว่าอาจเป็นภาวะหัวใจหยุดเต้น
- ดูว่าบริเวณนั้นปลอดภัยหรือไม่ แล้วเรียกและแตะไหล่ผู้ป่วยเพื่อดูการตอบสนอง
- โทร 1669 หรือให้คนใกล้ตัวโทร พร้อมเปิดลำโพงเพื่อทำตามคำแนะนำของศูนย์ฉุกเฉิน
- เริ่มกดหน้าอกตรงกลางทรวงอกอย่างแรงและเร็ว ประมาณ 100–120 ครั้งต่อนาที หากเป็นผู้ใหญ่ที่ล้มลงกะทันหันและผู้ช่วยเหลือไม่มั่นใจเรื่องการเป่าปาก การกดหน้าอกอย่างเดียวก็ยังดีกว่ารอเฉย ๆ
- ถ้ามีเครื่อง AED ให้เปิดเครื่อง ติดแผ่นตามภาพ และทำตามเสียงสั่ง เครื่องจะวิเคราะห์จังหวะหัวใจเอง
- ทำต่อจนผู้ป่วยเริ่มหายใจหรือขยับ ทีมกู้ชีพมาถึง หรือมีผู้ที่ผ่านการฝึกมารับช่วง
อย่าให้น้ำ ยา หรืออาหารแก่คนที่หมดสติ อย่าเขย่าตัวแรง ๆ และอย่ารอให้แน่ใจก่อนจึงโทร 1669 หากเป็นทารก เด็ก ผู้จมน้ำ หรือสงสัยการได้รับยาเกินขนาด วิธีช่วยเหลืออาจต่างจากผู้ใหญ่ ให้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน
ถ้าในครอบครัวเคยมีคนไหลตาย ควรทำอะไรต่อ
เก็บข้อมูลเหตุการณ์ไว้ให้มากที่สุด เช่น อายุของผู้เสียชีวิต อาการก่อนนอน ยาที่ใช้ ผลชันสูตรหรือผลตรวจหัวใจ และประวัติญาติคนอื่นที่เป็นลมหรือเสียชีวิตกะทันหัน จากนั้นให้ญาติสายตรงปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์โรคหัวใจ แพทย์อาจพิจารณาตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและวางแผนติดตามเป็นรายคน
การมีประวัติครอบครัวไม่ได้หมายความว่าจะเกิดเหตุการณ์เดียวกันกับทุกคน และผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกติหนึ่งครั้งก็ไม่ควรนำไปสรุปโรคด้วยตัวเอง แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินร่วมกับอาการและประวัติทั้งหมด
สรุป
“หลับตาย” และ “ไหลตาย” เป็นคำเรียกเหตุการณ์ ไม่ใช่คำตอบของสาเหตุ การเป็นลม ใจสั่น เจ็บหน้าอก หายใจเฮือกตอนหลับ หรือมีญาติเสียชีวิตกะทันหัน คือเหตุผลที่ควรตรวจ ไม่ควรรอจนเกิดเหตุใหญ่ หากพบคนหมดสติและไม่หายใจปกติ ให้โทร 1669 เริ่มกดหน้าอก และใช้ AED ทันทีเมื่อมีเครื่อง
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษา หากกำลังมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก เป็นลม หรือพบคนหมดสติ ให้โทร 1669 ทันที